ตั้งแต่หนูจำความได้จนกระทั่งหนูเรียนถึง ป. 2นี่
หนูมีเรื่องไม่ค่อยเข้าใจอยู่หลายเรื่อง จะถามใครๆก็บอกว่า
"เป็นเรื่องของผู้ใหญ่เดี๋ยวโตขึ้นหนูก็จะรู้เอง" นี่หนูก็โตขึ้นทุกวัน
กินข้าววันละตั้งหลายมื้อ ชั่งน้ำหนักแล้วก็วัดส่วนสูงอยู่บ่อยๆ
หนูน่าจะโตพอแล้วที่จะบอกหนูถึงเรื่องที่หนูสงสัยได้ก็ไม่เห็นมีใครบอกสักกะที...
แม่เคยบอกให้หนูฟังว่าหนูหน้าตาเหมือนแม่
แต่ลูกกะตานั้นไปเหมือนพ่ออ้อ!!แล้วก็ปากอีกอย่างหนาน่าจูบเหมือนพ่อ
จำได้ว่าตอนหนูอบยู่อนุบาล 1 ตัวหนูยังเล็กๆอยู่เลย
พ่อให้ซ้อนจักรยาน พ่อขับพาหนูไปเที่ยวด้านหลังของหมู่บ้านค่ะ
เป็นที่ๆหญ้าขึ้นรกทั่วไปหมด มีทั้งหญ้าใบยาวๆและใบสั้นๆ
มีต้นไมยราพด้วยล่ะ พ่อจูงจักรยานเดินตามตอนที่หนูวิ่งไปทางนั้นที
ทางนู้นที มีกิ่งไม้เล็กๆคอยแหย่ให้เจ้าต้นไม้ขี้ตกใจนั้นหุบใบเล่น
หนูถามพ่อว่า ทำไมต้นอื่นไม่ขี้ตกใจเท่าเจ้าต้นนี้ล่ะคะ
พ่อบอกว่าต้นนี้มันถูกแม่มดสาบเอาไว้น่ะลูก มันทำผิดคิดร้าย
ไม่ชอบเรียนหนังสือ และก็ดื้อเป็นยที่หนุ่ง (คำนี้แม่ชอบใช้พูดกับหนูบ่อยๆ)
มันเลยต้องเป็นต้นไม้ที่ต้องหุบใบทุกครั้งที่มีอะไรมาถูกมัน
และกว่ามันจะอ้าต้องใช้เวลานาน จนต้นไม้ต้นอื่นๆได้รับแสงแดด
รับฝนโตพรวดพราดไปกันหมดแล้ว ไม่เหมือนต้นไมยราพ
ที่โตจากพื้นดินแค่นิดเดียวเอง หนูต้องไม่เป็นอย่างเจ้าต้นนี้นะครับ
หนูพยักหน้าหงึกๆ และทุกวันนี้หนูก็ยังกลัวที่จะต้องเป็นอย่าง
ต้นไมยราพนั้นอยู่ หนูก็เลยไม่ดื้อ ไม่ซน ไม่ทำผิดคิดร้าย(แปลว่าอารายก็ม่ายรู้)
และก็ชอบเรียนหนังสือ หนูรับรองได้นะคะ จิงๆนะคะ
คุณครูยังชมหนูให้เพื่อนๆในห้องได้ยินเลย ว่าหนูเป็นเด็กดี
และเรียนหนังสือเก่งอ่านหนังสือคล่องกว่าใครในชั้นเลย
หนูนะอายจนหน้าแดงเลยล่ะ พ่อยังพาหนูไปที่ริมคลอง
หาก้อนหินเล็กๆให้หนูขว้างลงน้ำเล่น ทำให้น้ำกระเด็นขึ้นมาดังบุ๋มบุ๋ม
บางทีมีผักตบลอยตามน้ำมา หนูกับพ่อก็จะแข่งกันว่าใครปาถูกก่อนกัน
หนูแพ้พ่อตลอดเลยแหละ ก็พ่อโตแล้วนิหนูยังเด็กอยู่นี่นะ
ตอนนั้นแดดไม่ร้อนหรอก หลังจากที่แข่งกันปาก้อนหินให้โดนผักตบบ้าง
ถุงพลาสติกบ้างจนเบื่อกันแล้ว พ่อก็นั่งตรงริมคลองนั่นแหละ
เอาหนูซ้อนตัก แล้วพ่อก็พูดว่า หนูรู้มั้ย พ่อรักหนูที่สุดในโลกเลย
หนูกำลังเพลินอยู่กับการมองฝูงปลาตัวเล้กเป็นฝูงๆ
และกำลังสงสัยว่า มันกำลังจะว่ายไปหาอะไร เลยได้แตพยักหน้าหงึกๆ
เป็นความหมายว่ารู้ค่ะ แล้วพ่อก็พูดขึ้นมาว่า อะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม
ขอให้หนูรู้ไว้ ว่าพ่อจะรักหนูตลอดไป หนูมองหน้าพ่อหน่อยนึง
แปลความหมายที่พ่อพูดไม่ค่อยออกหรอก แต่ก็พยักหน้าแล้วก้รีบพูดว่าค่ะ
เพราะคุรครูเคยสอนว่า เวลาพุดกับผู้ใหญ่ห้ามพยักหน้าอย่างเดียว
ต้องมีเสียงด้วยถึงจะน่ารัก หนูอยากเป็นคนน่ารักของพ่ออยู่แล้ว
![]()
ทั้งๆที่พ่อกอดหนูอยู่แล้วพ่อยังดึงหนูเข้าไปกอดแน่นเข้าไปอีก
อึดอัดจะตายแต่หนูไม่ได้ดิ้น เพราะกำลังแปลกใจที่
เห็นน้ำตาพ่อไหลออกมา พ่อร็องไห้ทำไมคะ พ่อรีบปาดน้ำตา เ
ปล่าหรอกลูก "แล้วทำไมน้ำตาไหลล่ะคะ พ่อแสบตาน่ะ
เรานั่งกันอยู่ตรงนั้นได้ไม่นานหรอกค่ะ
เพราะหนูเป็นคนขี้เบื่อ พอมองเห็นฝูงห่านที่คนเหล่านั้นเลี้ยงไว้
เดินกระดกหัวด๊อกแด๊กส่งเสียงกับแก๊บ (มันร้องอย่างนี้จริงๆนะคะ)
มาแต่ไกลๆ หนูก็ชวนพ่อให้ลุกขึ้นไปดูพวกมันใกล้ๆ
แต่พ่อบอกว่า มันจะมืดแล้วลูกเดี๋ยวแม่ดุนะ
หนูก็เลยหมดอารามณ์ไปเลย
ตอนนั้นแม่ขี้หงุดหงิดมาก เอะอะอะไรก็ดุพ่อ
หนูไม่เห็นพ่อทำอะไรผิดสักกะหน่อย
แม่เป็นอย่างนี้ตั้งแต่พ่อเอารถของเราไปขายแล้ว
เห็นพ่อกับแม่คุยอะไรกันหน้าตายู่ยี่อยู่บ่อยๆ บางทีแม่ก็ร้องไห้
พ่อเข้าไปกอด แม่ก็ผลักพ่อออกไปอย่างแรง
ตอนนั้นหนูเห็นสีหน้าพ่อแล้วอยากจะวิ่งไปผลักแม่บ้าง
แม่ชอบแกล้งพ่ออย่างนี้ทุกที
มีหลายครั้งเลยแหละ ที่แม่ใช้สองมือทั้งตบทั้งตีพ่อเสียงดังผลั่วๆ
แต่พ่อไม่เห็นตีแม่กลับบ้างเลย พ่อก็อย่างเงี้ยแหละค่ะ
เถียงก็ไม่เป็น ยอมแม่ทุกอย่าง ไม่รู้จักตอบโต้อะไรบ้างซะเล้ยยย
หนูนะ ไม่อยากจะรักแม่อีกเลย ยิ่งตอนที่คุณยายมาที่บ้าน
แล้วแม่กับคุณยายรุมกันด่าว่าพ่อนั้น ยิ่งทำให้หนูอยากจะกรีดออกมาลั่นบ้าน
ก็พ่อหนูไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย แค่งานที่พ่อทำเค้าไม่ให้พ่อทำต่อ
และงานขายของของพ่อก็ขาดทุน แม่กับยายก็บ่นอยู่ได้ว่าไม่มีเงินใช้
หนูไม่เห็นจะต้องใช้เงินเลย ทุกวันนี้หนูก็ยังไม่ได้ใช้สักกะบาทเดียว
แล้วทำไมคุณยายต้องใช้เงินด้วยล่ะ
แล้ววันหนึ่ง แม่ก็มาบอกกับหนูว่า
อีกไม่นานนะให้หนูเตรียมตัวไว้ หนูจะต้องไปอยูกับคุณยายกับแม่
แต่พอหนูถามถึงพ่อ แม่ก็บอกว่าพ่อตามเราไปด้วยไม่ได้คุณยายไม่ยอม
หนูถามว่าทำไม แม่บอกว่า โตขึ้นหนูก็จะรู้เอง
หนูบอกว่างั้นหนูก็ไม่ไป หนูจะอยู่กับพ่อ
พ่อไม่มีใครอยู่เป็นเพื่อน งั้นผีก็หลอกแย่ล่ะสิ
![]()
เราสองคนเดินกลับบ้าน ชักจะมืดลงทุกทีๆแล้ว
แต่หนูไม่กลัวหรอกความมืดอ่ะ ถ้ามีพ่ออยู่ใกล้ๆอย่างนี้
พ่อไม่ยอมขี่จักรยาน พ่อใช้มือหนึ่งจูงรถ อีกมือจูงหนู
มือพ่อใหญ่และก็แข็งแรงมาก พ่อเคยกำหมัดแน่นแล้วให้หนูลองแกะดู
หนูแกะเท่าไหร่ก็ไม่ออก จนต้องยอมแพ้ให้พ่อหอมแก้มหนูทีนึง
พ่อชอบแกล้งหนูอย่างนี้เรื่อยเลย
เราเดินกันมาเรื่อยๆก่อนจะถึงบ้านหน่อยนึงพ่อก็หยุดเดิน
หนูเงยหน้าขึ้นมองพ่อ ถามว่าทำไม พ่อทรุดตัวนั่งยองๆมองหน้าหนู
ดูเหมือนพ่อจะร้องไห้อีกแล้ว เอ....พ่อขี้แยเป็นเด็กๆเลยแฮะ
แล้วพ่อก็ค่อยๆพูดออกมาว่า
"หนู พ่อไม่รู้หรอกนะว่าหนูจะฟังสิ่งที่พ่อพูดนี่เข้าใจรึเปล่า
แต่พ่อคงต้องพูด อย่างน้อยพ่อไม่อยากให้หนูเข้าใจผิดแม่ของหนู
หนูอย่าโกรธอย่าเกลียดแม่เลยนะจ๊ะ แม่เค้าไม่ผิดหรอก เป็นใคร ใครก็ต้องทำอย่างนี้"
หนูก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้างอ่ะนะ..
พยายามจ้องไปที่ตาของพ่อว่ามีตัวอะไรเข้าตารึเปล่า
เห็นตาแดงกำน้ำตาไลเป็นทางอย่างนี้ ก็เลยถามพ่อว่า ทำไมพ่อต้องร้องไห้ด้วยล่ะคะ
พ่อไม่ตอบ พูดต่อไปว่า "หนูต้องทำตัวดีดีนะลูกเมื่อไปอยู่กับคุณยาย
หรือถ้าแม่ของหนูมีพ่อใหม่หนูก็ต้องเป็นเด็กดีของเค้าด้วย"
ใครคะ พ่อใหม่ หนูถามไป คำนี้ใหม่เกินไปสำหรับหนูตอนนั้น
และหนูก็ไม่เข้าใจจริงๆด้วย แม้ว่าตอนนี้พ่อใหม่คนที่ว่าจะอยูกับแม่และหนู
คอยมาเล่นอะไรฝืดๆกับหนู คอยบังคับให้หนูเรียกเค้าว่าพ่อ
แต่ก็ดีนะคะ ที่เค้าคอยขับรถรับ-ส่งหนูไปโรงเรียนทุกวัน
พ่อก็ไม่รู้ลูก พ่อก็หวังแต่ว่าเค้าจะเป็นคนดีและรักลูกของพ่อเท่าที่พ่อรัก
พ่อพูดว่าอย่างนี้นะเท่าที่หนูจำได้ จากนั้นพ่อก็ดึงหนูเข้าไปกอด
หอมแก้มหนู หนูหอมแก้มพ่อกลับบ้าง กำลังสงสัยอยู่ว่าทำไมพ่อต้องให้แม่มีพ่อใหม่ด้วย
แล้วพ่อเก่าคนนี้จะอยู่ที่ไหน แต่ยังไม่ทันจะถาม
คุณยายก็เดินหน้ามุ่ยออกมาจากบ้าน
กระชากหนูออกไปจากอ้อมกอดของพ่อ หนูเจ็บที่ข้อมือ
ร่ำลากันนานเหลือเกินนะเราน่ะ เจียมกะลาหัวตัวเองซะบ้าง
เท่าที่ชั้นยอมให้แกอยูกับลูกสาวฉันมาตั้งหลายปีก็เพราะเห็นแก่หลานหรอกนะ
แต่ไหนล่ะ ที่แกรับปากกับฉัน ว่าจะเลี้ยงลูกของฉัน
หลานของฉันให้เท่าเทียมกับคนอื่น โธ่เอ๊ย! คนอย่างแก
ฉันไม่เชื่อน้ำหน้าแกมาตั้งแต่แรกแล้ว แล้วคุณยายก็ลากหนูขึ้นรถ
มีแม่นั่งรออยู่ในนั้นแล้ว หนูตะโกนหาพ่อหนูร้องไห้โฮ พ่อไม่ได้ไปกับหนู หนูจะหาพ่อ
ไม่มีใครฟังเสียงหนูเลย หนูร้องและดิ้น..ดิ้น
พอรู้ว่าไม่สำเร็จ หนูพยายามอ้อนวอนแม่ แม่จ๋า...เอาพ่อไปด้วยนะ
หนูสงสารพ่อ หนูคิดถึงพ่อ หนูอยากจะอยู่กับพ่อ หนูไม่ร้องซื้อตุ๊กตาอีกแล้ว
หนูไม่กินขนมแพงๆอีกแล้ว หนูจะไม่ยอมใช้เงิน หนูจะหาเงินมาให้แม่เอง
ให้พ่อไปกับหนูด้วยนะ แม่จะให้หนูทำอะไรก็ได้ หนูจะไม่ดื้อ
หนูเป็นเด็กดี หนูจะเรียนหนังสือเก่งๆ หนูจะกินข้าวไม่หกเลอะเทอะ หนู.........
แล้วหนูก็ไม่เห็นพ่ออีกนานมาก หนูนอนร้องไห้ทุกคืน
หนูคิดถึงพ่อ แล้วแม่ก็มีพ่อใหม่คนนี้ หน้าตาเหมือนหมู
มีหนวด ตาตี่ ใส่สร้อยสีทองเส้นเบ้อเริ่ม ตัวอ้วน พุงใหญ่ หัวเถิก
สู้พ่อของหนูก็ไม่ได้ พ่อของหนูรูปหล่อ หน้าตาเหมือนหนูมาก
พ่อไม่ไว้หนวดด้วย พ่อจะโกนทุกวันหลังจากที่หนูบอกพ่อว่า
หนวดของพ่อทำให้หนูเจ็บและแสบเวลาที่พ่อหอมแก้มหนู
พ่อใหม่คนนี้มีรถคันใหญ่ตั้งสองสามคัน
มีบ้านหลังใหญ่ที่หนูวิ่งเล่นทั้งวันยังแทบจะไม่ทั่วและก็มีเงินเยอะแยะ
หนูเห็นเขาเอาให้แม่ทีละเป็นปึกๆ หนูเห็นแม่ยิ้มทุกทีที่ได้เงิน
แต่หนูไม่อยากได้มันหรอก หนูเกลียดมัน
เพราะเงินนี่แหละที่ทำให้หนูไม่ได้อยู่กับพ่อ ไม่ได้เจอหน้าพ่ออีกเลย
ไม่นานมานี่เอง หนูได้เจอพ่อ ตอนนั้นเป็นเวลาพักเที่ยง
พ่อมาหาหนูที่หน้าโรงเรียนบังเอิญหนูวิ่งเล่นอยูแถวนั้น
และหันไปเห็นพ่อยืนคุยกับยามอยู่ หนูวิ่งตื้อไปหาพ่อ
หนูกลั้นน้ำตาไม่อยู่หรอกค่ะ หนูก็ไม่รู้ว่าทำไมหนูต้องร้องไห้
พ่อกับหนูกอดกันกลม พ่อของหนูเปลี่ยนไปมากพ่อผอมลงมาก
หนวดเคราขึ้นเต็มไปหมดจนดูเหมือนโจร ปากซีดจนเกือบเป็นสีดำ
ดวงตาแดงก่ำจมลึกเข้าไปข้างใน พ่อสวมเสื้อผ้าเก่าๆ ใส่รองเท้าแตะ
แต่ถึงอย่างไรพ่อก็ยังเป็นพ่อของหนู พ่อคนเก่าที่หนูรักและคิดถึงมาตลอด
ยามไม่ยอมให้พ่อเข้ามา คุณครูอารีย์ครูประจำชั้นของหนู
ถูกยามโทรศัพท์เรียกให้ออกมาคุยกับพ่อของหนู
ครูอารีย์ก็ไม่ยอมให้พ่อเข้ามาคุยกับหนูในโรงเรียน
และไม่ยอมให้หนูออกไปคุยกับพ่อนอกโรงเรียน
คุณครูบอกว่าพ่อไม่ใช่ผู้ปกครองของหนู
พ่อบอกคุณครูว่า ขอเวลาพ่อไม่นานขอได้คุยกับลูกไม่เกิน 5 นาที
คุณครูถึงได้ยอม พ่อกอดหนูอีกครั้ง
หนูถามพ่อว่าเมื่อไหร่พ่อจะมารับหนูกับแม่กลับไปอยู่บ้านของเรา
พ่อบอกว่าไม่มีบ้านของเราแล้วลูก บ้านถูกยึดไปแล้ว
หนูบอกพ่อว่า งั้นไม่เป็นไร งั้นพ่อไปอยู่กับหนูบ้านพ่อใหม่ก็ได้ พ่อก็ส่ายหน้า
ดวงตาของพ่อแห้งผากไม่เหมือนกับทุกครั้ง
พ่อบอกว่าที่พ่อมานี่เพราะพ่อคิดถึงหนูมาก
พ่อพยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะรับลูกกลับไปให้ได้
แต่พ่อยังทำไม่สำเร็จ พ่อทนคิดถึงหนูไม่ไหว จึงมาหาหนูในวันนี้
พ่อไม่ได้ถามถึงแม่ ไม่ได้ถามถึงยาย ไม่ได้ถามถึงใครๆ
นอกจากจะเฝ้าดึงหนูเข้าไปกอด แล้วบอกให้หนูรักษาตัวดีดี
เรียนหนังสือให้เก่งๆ แล้วรักแม่ให้มากๆเหมือนที่พ่อรัก
และก็ให้หนูรอวันที่พ่อจะไปที่ศาลแล้วบอกกับคนในนั้น
ว่าพ่อมีปัญญาที่จะรับหนูไปอยู่ด้วยได้แล้ว
แล้วพ่อก็ลุกขึ้นพาหนูเดินกลับมาหาคุณครูอารีย์ที่ยืนอยู่ห่างๆ
ส่งหนูให้กับคุณครูแล้วบอกกับครูอารีย์ว่า
"เมื่อแกโตขึ้น แกคงจะเข้าใจอะไรได้มากกว่านี้ ฝากด้วยครับ อ้อ..ไม่ต้องบอกผู้ปกครองของแกนะครับว่า
ผมมาทาลูก เดี๋ยวจะพากันไมสบายใจเปล่าๆ ขอบคุณมากครับ"
แล้วพ่อก็เดินจากไป หนูร้องไห้จนก้อนสะอื้นขึ้นมาเป็นลูกๆ
มองตามพ่อไปจนลับตา เมื่อไหร่หนูจะโตซักทีคะ?
คุณครูอารีปิดสมุดการบ้านของเด็กหญิงเนตรชนกลงช้าๆ
นี่คือการบ้านวิชาภาษาไทยที่เธอเป็นผู้สอน
เด็กๆเขียนเสร็จในชั่วโมงเรียนแล้วเธอนำมาตรวจที่บ้าน เมื่อวานเด็กหญิงคนนี้
ยังเข้ามาทำความเคารพเธอก่อนที่ผู้ปกครองของเธอจะมารับกลับไป
เด็กหญิงคนนี้ตั้งชื่อเรียงความของแกว่าไงนะ
"เมื่อไหร่หนูจะโตสักที?"
ใช่สิ เธอเป็นครูที่อยู่ในเหตุการณ์ในวันนั้น
เธอทำดีที่สุดแล้วตามกฎระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน วั
นนั้นกว่าเธอจะปลอบให้เด็กหญิงเงียบจากการร้องไห้ได้
ต้องใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายและหลายวันจากนั้น
อาการซึงเศร้าก็เข้าครอบงำเด็กหญิงเนตรชนกคนนี้ตลอดมา
ทุกเที่ยงของทุกวันที่โรงเรียนเปิด
เด็กหญิงจะไปยืนเกาะรั้วหน้าโรงเรียนเหม่อมองออกไปที่ท้องถนน
เมื่อได้ยินเสียงออด แกถึงจะกลับเข้าห้องเรียน และก็ตั้งใจเรียนตามปกติ
แกเรียนเก่งกว่าเด็กทุกคนในห้อง ดวงตาแจ่มใสนั้นแยกไม่ออก
ว่าเต็มไปด้วยความรู้สึกอะไรบ้างสะสมอยู่ในนั้น ผิวขาว แก้มใส
คิ้วคม ริมฝีปากหนาแต่ได้รูป ไว้ผมยาวรวบไว้ด้านหลัง
รูปร่างค่อนข้างผอมแต่สูงเหมาะกับวัย ใส่เสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน
พูดจาเรียบร้อย เป็นที่รักของเพื่อนๆและครูอาจารย์ทุกคน
เมื่อตอนบ่ายที่ผ่านมานี่เองเธอได้รับโทรศัพท์จากคุณหญิงมลฤดี
ภริยาสาวของ ส.ส. คนหนึ่ง ผู้เป็นแม่ของเด็กหญิงเนตรชนก
ขอให้เธอรีบไปที่โรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
เพราะเด็กหญิงเนตรชนกป่วยกระทันหัน และเรียกร้องที่จะพบกับเธอเพียงคนเดียว
เมื่อเธอไปถึง คุณหญิงมลฤดีบอกกับเธอด้วยน้ำตาที่นองหน้า
ว่าแกป่วยเป็นโรคไตวายกระทันหันทำให้โลหิตเป็นพิษ
มีอาการอาเจียนสองสามครั้งแล้วก็สิ้นสติไป
คุณหมอบอกว่า เปอร์เซนต์ของการรอดขึ้นอยู่กับร่างกายของแกจะรับเอาเลือดใหม่เข้าไปรึเปล่า
แต่เท่าที่ทดสอบอยู่นี้ ปรากฎว่ายังไม่สามารถหาเลือดที่ว่านั้นได้
แม้แต่เลือดของคุณแม่ของเธอเองก็ตาม และถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้อีกต่อไป
คาดว่าแกจะอยู่ต่อไปได้อีกไม่เกิน 24 ชั่วโมง จากนี้ไป
เมื่อเข้าห้องฉุกเฉิน ครูอารีย์ก็ถึงกับใจหายวูบด้วยความสลดใจ
สายไฟและหลอดยางระโยงระยางไปทั่วตัวของเด็กหญิงคนนั้น
ร่างของแกนอนอยู่บนเตียงคนไข้ฉุกเฉิน หน้าซีดเผือดไม่มีสีเลือด
ตาของแกลืมขึ้นมาเพียงริบหรี่ป็นดวงตาที่ไร้ประกายและแห้งแล้ง
เกินกว่าจะบรรยายได้แกพยายามยกมือขึ้นไหว้
มือเล็กๆคู่นั้นเต็มไปด้วยสายน้ำเกลือและสายยางจากการให้เลือด
"คุณครูขา...." เป็นคำแรกที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากคู่นั้น
"คุณครูจำพ่อของหนูได้มั้ยคะ ผู้ชายคนนั้น ที่มาหาหนูที่โรงเรียนวันนั้น"
"จำได้สิลูก ครูจำได้ ทำไมหรือคะ?"
"ถ้าพ่อเค้ากลับมาอีก คุณครูช่วยบอกพ่อให้หนูหน่อยนะคะ ว่าหนูรักพ่อ หนูคิดถึงพ่อที่สุด ถึงอย่างไร หนูก็จะรักพ่อตลอดไป..... " เธอน้ำตาไหลพราก
"ได้สิลูก ได้เลย แล้วครูจะบอกให้นะคะ"
"แล้วบอกกับพ่อด้วยว่า ถึงหนูจะยังไม่โต หนูก็เข้าใจแม่ ว่าทำไมแม่ถึงไม่อยู่กับพ่อ และหนูก็ไม่เคยเกลียดแม่เลย..."
เธอวางแว่นตาไว้บนหน้าปกสมุดเล่มนั้น เ
พื่อเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่ง เธอคงต้องตัดสินใจทำอะไรบางอย่างเสียแล้ว
แม้ว่าเช้าวันรุ่งขึ้นจะเป็นวันอาทิตย์ แต่เธอก็ยังแอบมีความหวังอยู่ลึกๆ
ว่าการตัดสินใจของเธอคงไม่สูญเปล่า
![]()
เธอรู้ดีว่าชายคนนั้น เฝ้าเวียนวนมาแอบดูลูก
โดยไม่ให้ลูกเห็นอยู่เป็นประจำทุกวัน แต่ไม่อาจรอดสายตาที่เฝ้าระแวงของเธอไปได้
พรุ่งนี้เขาอาจจะมาก็ได้ ไม่สิ เค้าต้องมาแน่ๆ ขอให้เขามาเถอะคุณพระคุณเจ้าขา...
เธอยกมือขึ้นจบหน้าผาก หลับตานึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์
เท่าทีจะนึกได้ก่อนจะใช้มือเช็ดน้ำตาที่เริ่มหลั่งไหล ออกมาอย่างไม่ขาดสายอีกครั้งหนึ่ง....
............................................................................................................................................................
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราชอบมากๆเลย เคยอ่านมาหลายปีแล้ว แต่อยากเก็บไว้ให้เพื่อนๆได้อ่านกัน อ่านแล้วรู้สึกยังไงกันบ้างคะ?
แม่งยาวโคตร
น่าเศร้าจริง